เครื่องทำลมแห้งแบบทำความเย็น 1340 SCFM (ระบายความร้อนด้วยน้ำ) ทำงานโดยลดอุณหภูมิของลมอัดที่มีไอน้ำปะปนอยู่ภายในระบบ ผ่านวงจรทำความเย็นและชุดแลกเปลี่ยนความร้อน เพื่อทำให้ไอน้ำควบแน่นเป็นหยดน้ำ จากนั้นน้ำควบแน่นจะถูกแยกออกและระบายออกจากระบบโดยอัตโนมัติ ก่อนส่งลมอัดที่แห้งและเสถียรไปยังอุปกรณ์ปลายทาง
ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำช่วยให้การถ่ายเทความร้อนมีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบระบายความร้อนด้วยอากาศในสภาพแวดล้อมที่ร้อน โดยเฉพาะในโรงงานขนาดใหญ่ของประเทศไทยที่มีภาระความร้อนสูง ใช้งานต่อเนื่องหลายกะ หรือมีระบบน้ำหล่อเย็นส่วนกลางอยู่แล้ว จึงช่วยรักษาจุดน้ำค้างความดันให้อยู่ในช่วง 2–10°C ได้อย่างสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงจากน้ำสะสมในท่อ วาล์ว เครื่องจักร และระบบควบคุมอัตโนมัติ
ด้วยกำลังการไหลสูงถึง 1340 SCFM (ประมาณ 38 ม³/นาที) เครื่องรุ่นนี้เหมาะสำหรับระบบลมอัดส่วนกลางและสายการผลิตขนาดใหญ่ที่ต้องการการกำจัดความชื้นอย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และรองรับการทำงานระยะยาวในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมหนัก
เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพการใช้งานในประเทศไทย ควรใช้งานภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
- ความดันอากาศขาเข้า: 4 – 10 bar (58 – 145 psi)
- อุณหภูมิอากาศขาเข้า: ≤ 45°C (113°F)
- อุณหภูมิแวดล้อม: 5 – 45°C (41 – 113°F)
- อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นขาเข้า: ≤ 32°C (89.6°F)
- อัตราการไหลของน้ำหล่อเย็น: ประมาณ 80–100 ลิตร/นาที
- แหล่งจ่ายไฟ: 380V / 3Ph / 50Hz (ปรับแต่งได้)
- สถานที่ติดตั้ง: ภายในอาคาร สะอาด และมีการระบายอากาศที่ดี
- สารทำความเย็น: R407C / R134a
- คำแนะนำเพิ่มเติม: ควรใช้งานร่วมกับระบบกรองลมอัดที่เหมาะสม เพื่อปกป้องเครื่องและรักษาประสิทธิภาพการทำแห้งในระยะยาว
สำหรับโรงงานในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมร้อนหรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูงเป็นช่วง ๆ เช่น พื้นที่การผลิตขนาดใหญ่และพื้นที่ใกล้ชายฝั่ง ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำจะมีข้อได้เปรียบด้านเสถียรภาพมากกว่าระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ หากมีแหล่งน้ำหล่อเย็นที่เพียงพอและควบคุมอุณหภูมิน้ำได้เหมาะสม ก็จะช่วยให้เครื่องทำงานต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว
| ข้อมูลทางเทคนิค | ค่า |
|---|
| รุ่น | เครื่องทำลมแห้งแบบทำความเย็น 1340 SCFM (ระบายความร้อนด้วยน้ำ) |
| ความจุที่กำหนด | 1340 SCFM ≈ 38 ม³/นาที |
| วิธีการระบายความร้อน | ระบายความร้อนด้วยน้ำ |
| สารทำความเย็น | R407C / R134a |
| ความดันใช้งานสูงสุด | 10 bar |
| จุดน้ำค้างความดัน | 2 – 10°C |
| แหล่งจ่ายไฟ | 380V / 3Ph / 50Hz |
| ขนาดท่อน้ำ | 1″ BSP หรือปรับแต่งได้ |
| ขนาดทางเข้า/ทางออกอากาศ | หน้าแปลน 3″ |
| ขนาด (ย×ก×ส) | 1900 × 1100 × 1750 mm |
| น้ำหนัก | 540 กก. |
เครื่องทำลมแห้งแบบทำความเย็น 1340 SCFM (ระบายความร้อนด้วยน้ำ) ผสานประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่เสถียรกับความสามารถในการรองรับอัตราการไหลสูง เหมาะสำหรับระบบลมอัดขนาดใหญ่ที่ต้องการความทนทาน ประสิทธิภาพ และความต่อเนื่องในการทำงาน
1) การผลิตหนักและระบบลมอัดส่วนกลาง
เหมาะสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานลมอัดอย่างต่อเนื่องในหลายสายการผลิต เช่น ระบบเครื่องจักร เครื่องมือลม กระบอกลม และระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยลดผลกระทบจากความชื้นต่ออุปกรณ์และเพิ่มเสถียรภาพของการผลิตระยะยาว
2) โรงงานเคมี ปิโตรเคมี และพลาสติก
เหมาะสำหรับกระบวนการผลิตที่ต้องการลมอัดแห้งและมีเสถียรภาพ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความชื้นในระบบควบคุม วาล์ว เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงงานที่มีระบบน้ำหล่อเย็นพร้อมใช้งานอยู่แล้ว
3) อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน
เหมาะสำหรับโรงงานประกอบรถยนต์ โรงงานผลิตชิ้นส่วน และสายการพ่นสีอุตสาหกรรมที่ใช้ลมอัดปริมาณมาก ช่วยลดน้ำสะสมในระบบ ปรับปรุงคุณภาพงานพ่นสี และสนับสนุนการทำงานของระบบนิวเมติกในสายการผลิต
4) อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
เหมาะสำหรับโรงงานแปรรูปอาหารและเครื่องดื่มขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ลมอัดในระบบลำเลียง การบรรจุ การควบคุมวาล์ว และเครื่องจักรอัตโนมัติ ลมอัดที่แห้งอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ระบบทำงานมีเสถียรภาพมากขึ้นและลดผลกระทบจากความชื้นในสายการผลิต
5) งานโลหะหนัก เครื่องจักร และ CNC
เหมาะสำหรับโรงงานที่มีเครื่องจักรความแม่นยำสูงและใช้งานต่อเนื่อง เช่น งานตัด เจาะ กลึง และ CNC ช่วยลดความเสี่ยงของสนิม น้ำสะสม และการกัดกร่อนในระบบลมอัดและอุปกรณ์ปลายทาง
6) โรงงานที่มีระบบน้ำหล่อเย็นอยู่แล้ว
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโรงงานในประเทศไทยที่มีโครงสร้างสาธารณูปโภคด้านน้ำหล่อเย็นพร้อมใช้งาน เช่น โรงงานขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมหรือโรงงานกระบวนการต่อเนื่อง ซึ่งสามารถใช้ข้อได้เปรียบของระบบระบายความร้อนด้วยน้ำเพื่อลดภาระพลังงานและเพิ่มความเสถียรของระบบทำลมแห้ง
สำรวจการใช้งานในอุตสาหกรรมเพิ่มเติม