วิธีตรวจสอบการรั่วภายในและการรั่วภายนอกของเครื่องระเหย (Evaporator) ในเครื่องทำลมแห้งแบบทำความเย็น (Refrigerated Air Dryer)

เครื่องระเหย (Evaporator) เป็นอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนหลักของ เครื่องทำลมแห้งแบบทำความเย็น (Refrigerated Air Dryer) ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อนระหว่าง สารทำความเย็น (Refrigerant) และ ลมอัด (Compressed Air) ความแน่นสนิทของเครื่องระเหยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากต้องแยกระบบ วงจรสารทำความเย็น (Refrigerant Circuit) ออกจาก วงจรลมอัด (Compressed Air Circuit) อย่างสมบูรณ์

เมื่อเกิดการรั่วที่เครื่องระเหย การวินิจฉัยให้ถูกต้องว่าเป็น การรั่วภายนอก (External Leak) หรือ การรั่วภายใน (Internal Leak) ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ หากวิเคราะห์ผิด อาจทำให้ต้องรื้อเครื่องโดยไม่จำเป็น ใช้เวลาซ่อมบำรุงนานขึ้น และเพิ่มต้นทุนการซ่อมแซม

บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนการตรวจสอบที่สามารถนำไปใช้งานจริง เพื่อช่วยให้ช่างซ่อมบำรุงค้นหาตำแหน่งการรั่วได้อย่างรวดเร็วและเลือกวิธีแก้ไขได้อย่างเหมาะสม


วิธีตรวจสอบการรั่วภายนอก (External Leak)

การรั่วภายนอกมักมีอาการดังต่อไปนี้

  • ค่าแรงดันของสารทำความเย็นบนเกจวัดแรงดันต่ำผิดปกติ หรือเป็นศูนย์
  • ภายในเครื่องมีคราบน้ำมันปรากฏให้เห็น

แนะนำให้ตรวจสอบตามขั้นตอนดังนี้

1. ตรวจสอบด้วยสายตา (Visual Inspection)

เปิดฝาครอบเครื่องและตรวจสอบภายในอย่างละเอียด โดยให้ความสำคัญกับตำแหน่งต่อไปนี้

  • ท่อทองแดงแคปิลลารี (Capillary Tube) ขนาดเล็ก
  • ท่อกระบวนการ (Process Tube)
  • ข้อต่อแฟลร์ทองแดง (Copper Flare Fitting)
  • น็อตอัดและข้อต่อเกลียว (Compression Nut และ Threaded Joint)

ตรวจสอบว่ามีคราบน้ำมันหรือรอยน้ำมันบริเวณจุดดังกล่าวหรือไม่

เมื่อ สารทำความเย็น (Refrigerant) รั่วออกจากระบบ มักจะพาน้ำมันหล่อลื่นของคอมเพรสเซอร์ออกมาด้วย ดังนั้น คราบน้ำมันจึงมักเป็นตัวบ่งชี้ตำแหน่งรั่วได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบท่อทองแดงขนาดเล็ก (โดยทั่วไปมีเส้นผ่านศูนย์กลางต่ำกว่า 6 มม.) ว่ามีรอยแตก รอยหัก หรือความเสียหายจากแรงกระแทกหรือไม่


2. การทดสอบแรงดันและการตรวจหารอยรั่ว (Pressure Holding Test & Leak Detection)

การทดสอบแรงดัน (Pressure Holding Test)

  1. หลังจากระบายแรงดันภายในระบบจนหมดแล้ว ให้เติม ก๊าซเฉื่อย (Inert Gas) เข้าไปในระบบสารทำความเย็นอย่างช้า ๆ
  2. แนะนำให้ใช้ ก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen) หากไม่มี สามารถใช้สารทำความเย็นในสถานะแก๊สได้ ห้ามใช้ก๊าซออกซิเจน (Oxygen) โดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างร้ายแรง
  3. เพิ่มแรงดันประมาณ 0.2 MPa (2 bar) แล้วฟังเสียงการรั่วของก๊าซ
  4. หากไม่พบการรั่ว ให้เพิ่มแรงดันต่อไปที่ 0.4–0.5 MPa เพื่อทำการตรวจสอบเพิ่มเติม

การทดสอบด้วยน้ำสบู่ (Soap Bubble Leak Test)

ขณะที่ระบบยังคงมีแรงดัน

  • ใช้ฟองน้ำหรือแปรงทาน้ำสบู่บริเวณที่สงสัยว่าจะรั่ว รวมถึงข้อต่อ ข้อต่อแฟลร์ และข้อต่อเกลียวทั้งหมด
  • หากมีฟองอากาศเกิดขึ้น แสดงว่าตำแหน่งนั้นคือจุดรั่ว

วิธีตรวจสอบการรั่วภายใน (Internal Leak)

การรั่วภายในมักแสดงอาการดังต่อไปนี้

  • ระหว่างการทำงาน แรงดันด้านสูงของสารทำความเย็นเพิ่มขึ้นผิดปกติ จนระบบตัดการทำงานด้วยระบบป้องกันแรงดันสูง (High Pressure Protection)
  • หลังจากหยุดเครื่องแล้ว แรงดันของสารทำความเย็นจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงกับแรงดันของระบบลมอัด

สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

1. การทดสอบแรงดันแยกเฉพาะเครื่องระเหย (Independent Pressure Holding Test)

  1. แยก เครื่องระเหย (Evaporator) ออกจากระบบทำความเย็น
  2. ปิดผนึกเครื่องระเหยและทำการทดสอบแรงดันแยกเฉพาะ
  3. ปล่อยทิ้งไว้ให้แรงดันคงที่ และเฝ้าติดตามค่าความดัน

หากแรงดันลดลงอย่างชัดเจน แสดงว่าเครื่องระเหยเกิด การรั่วภายใน (Internal Leak)


2. วิธีตรวจสอบด้วยลมอัด (Compressed Air Verification Method)

  1. ปิดการทำงานของ เครื่องทำลมแห้งแบบทำความเย็น (Refrigerated Air Dryer)
  2. ดูดกลับหรือระบาย สารทำความเย็น (Refrigerant) ออกจากระบบจนเกจวัดแรงดันแสดงค่าเป็นศูนย์
  3. ปิดวาล์วบริการ (Service Valve)
  4. เปิดวาล์วทางเข้าของ ลมอัด (Compressed Air) เพื่อให้ลมไหลผ่านเครื่องระเหย
  5. สังเกตค่าแรงดันของสารทำความเย็น

หากแรงดันของสารทำความเย็นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนเท่ากับแรงดันของระบบลมอัด แสดงว่าสามารถยืนยันได้ว่าเกิด การรั่วภายใน (Internal Leak)

สาเหตุคือ เครื่องระเหย (Evaporator) เป็นจุดเดียวที่แยก วงจรสารทำความเย็น และ วงจรลมอัด ออกจากกันด้วยผนังแลกเปลี่ยนความร้อน หากแรงดันของทั้งสองระบบเท่ากัน แสดงว่าผนังดังกล่าวเกิดการรั่วหรือทะลุ


คำแนะนำในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)

1. ทำความสะอาดและตรวจสอบเป็นประจำ

  • ทำความสะอาดฝุ่น คราบน้ำมัน และสิ่งสกปรกบนพื้นผิวของ เครื่องระเหย (Evaporator) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความร้อนและลดความเสี่ยงในการกัดกร่อน
  • ตรวจสอบท่อทองแดง ข้อต่อแฟลร์ ข้อต่อ และน็อตอัด ว่ามีการคลายตัว รอยแตกร้าว หรือการกัดกร่อนหรือไม่
  • ขันข้อต่อที่หลวมให้แน่น และเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหายทันที

2. ลดการสั่นสะเทือนและแรงกระแทก

  • ติดตั้งเครื่องบนฐานที่มั่นคงเพื่อลดการสั่นสะเทือน ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยร้าวจากความล้าของวัสดุหรือทำให้ข้อต่อคลายตัว
  • ใช้งานเครื่องอัดอากาศและอุปกรณ์ปลายทางอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการสตาร์ทหรือหยุดเครื่องบ่อยครั้ง การเปิด-ปิดวาล์วอย่างรวดเร็ว หรือการเปลี่ยนแปลงปริมาณการใช้ลมอย่างฉับพลัน เพราะอาจก่อให้เกิดแรงดันกระแทกที่ลดอายุการใช้งานของเครื่องระเหย

3. ปรับสภาพแวดล้อมในการติดตั้งให้เหมาะสม

  • ติดตั้งเครื่องในบริเวณที่มีการระบายอากาศดี แห้ง และอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดความร้อน
  • เว้นพื้นที่รอบเครื่องให้เพียงพอสำหรับการระบายความร้อน เพื่อป้องกันความร้อนสะสมที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องระเหย
  • หากพื้นที่ติดตั้งมีแรงดันไฟฟ้าไม่เสถียร ควรติดตั้งเครื่องปรับแรงดันไฟฟ้า (Voltage Stabilizer) เพื่อป้องกันคอมเพรสเซอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ

4. ควบคุมพารามิเตอร์การทำงาน

  • ควบคุมอุณหภูมิการระเหยให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดน้ำแข็งภายใน เครื่องระเหย (Evaporator) น้ำแข็งที่สะสมมากเกินไปอาจทำให้ท่อทองแดงขยายตัวและแตก ส่งผลให้เกิดการรั่วภายใน
  • หลีกเลี่ยงการปล่อย ลมอัด (Compressed Air) ที่มีอุณหภูมิสูง ความชื้นสูง หรือมีน้ำมันปนเปื้อนมากเข้าสู่เครื่อง เพราะจะเร่งการกัดกร่อนและเพิ่มภาระทางความร้อนและทางกลต่อเครื่องระเหย

สรุป

ไม่ว่าจะตรวจพบว่าเป็น การรั่วภายนอก (External Leak) หรือ การรั่วภายใน (Internal Leak) การซ่อมแซมควรดำเนินการบนพื้นฐานของการวินิจฉัยที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการรื้อเครื่องโดยไม่จำเป็น หรือการเติม สารทำความเย็น (Refrigerant) ซ้ำหลายครั้งก่อนค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา

หากคุณไม่มีประสบการณ์ในการบำรุงรักษาระบบทำความเย็น แนะนำให้ติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทำความเย็นโดยตรง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและซ่อมแซมอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม ลดระยะเวลาหยุดเครื่อง และทำให้ระบบทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในระยะยาว

Facebook
Pinterest
Twitter
LinkedIn

ฝากความคิดเห็น

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเปิดเผย ฟิลด์ที่จำเป็นต้องกรอกมีเครื่องหมาย

สารบัญ

  • Scan the code