เครื่องทำลมแห้งแบบดูดซับ (Desiccant Air Dryer) ถูกออกแบบมาเพื่อกำจัดไอน้ำและให้ค่า จุดน้ำค้าง (Dew Point) ที่เสถียรในระบบลมอัด (Compressed Air System) ระหว่างการทำงาน คุณอาจสังเกตเห็นการระบายลมออกจากช่องฟื้นฟู (Regeneration / Purge Exhaust)
แต่ การระบายลมไม่ได้แปลว่าเครื่องเสียเสมอไป
ในทางปฏิบัติ การระบายลมของเครื่องทำลมแห้งมักแบ่งได้เป็น 2 แบบ:
การระบายลมฟื้นฟูแบบปกติ (Normal Regeneration Exhaust): เกิดเป็นช่วง ๆ สอดคล้องกับการสลับหอ (Tower Switching) และขั้นตอนการฟื้นฟู
การระบายลมต่อเนื่องผิดปกติ (Abnormal Continuous Exhaust): ระบายลมตลอดเวลา เสียง/อัตราการไหลแทบไม่เปลี่ยน หรือทำให้ความดันตกอย่างชัดเจน
การระบายลมผิดปกติทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน ลดความดันใช้งานในระบบ และอาจกระทบการผลิต คู่มือนี้จะให้ลำดับการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพ โดยยึด 2 หลักสำคัญ:
หลักการตรวจสอบ (Troubleshooting Principles)
ตรวจภายนอกก่อนภายใน (External before internal): ตรวจสภาพระบบและการรั่วก่อนเปิดเครื่อง
ตรวจไฟฟ้า/ควบคุมก่อนกลไก (Electrical/controls before mechanical): ยืนยันว่า “คำสั่ง” ถูกต้องก่อนเปลี่ยนวาล์ว/ซีล
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย (Safety Note)
ระบบลมอัดมีความเสี่ยงสูง ก่อนตรวจหรือถอดชิ้นส่วน ต้องแยกเครื่องออกจากระบบ (Isolate) ระบายแรงดันอย่างปลอดภัย (Depressurize) และทำ Lockout/Tagout หากไม่ชำนาญควรให้ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมดำเนินการ
Table of Contents
Toggleขั้นตอนที่ 1 — ระบุประเภทการระบายลม (แยกให้ถูกก่อนแก้) (Identify the Exhaust Type)
“การระบายลมปกติ” มีลักษณะอย่างไร (Normal Exhaust)
ลักษณะการระบายลมจะต่างกันตามชนิดเครื่อง:
แบบไม่ใช้ความร้อน/ใช้ความร้อนต่ำ (Heatless / Low-Heat Dryer): มักระบายลมเฉพาะช่วงฟื้นฟู เป็นแบบเป็นจังหวะ (Intermittent)
แบบใช้ความร้อน (Heated Regeneration Dryer): ปริมาณลมระบายมักน้อยกว่า และอาจชัดขึ้นช่วงท้ายของการฟื้นฟู ตามดีไซน์ของเครื่อง
จุดสังเกตสำคัญ (Key Observation Points)
A) รูปแบบ (Pattern)
ปกติ: เป็นช่วง ๆ สอดคล้องการสลับหอ อาจแรงตอนเริ่มแล้วค่อย ๆ เบาลง
ผิดปกติ: ระบายต่อเนื่องคงที่ หรือเป่าแรงยาวนานโดยไม่มีจังหวะรอบ
B) สัมพันธ์กับการสลับหอ (Correlation with Tower Switching)
ตรวจเกจความดันของหอ หรือหน้าจอ HMI/ไฟแสดงสถานะ
ปกติ: พฤติกรรมการระบายลมเปลี่ยนเมื่อสลับหอ
ผิดปกติ: ระบายลมเหมือนเดิมไม่ว่าหอไหนทำงาน
C) ระยะเวลา (Duration)
เทียบกับสเปกเวลารอบในคู่มือ (Cycle Specification)
ปกติ: ระยะเวลาเป็นไปตามตรรกะของรอบ
ผิดปกติ: ไม่หยุดทั้งกลางวันกลางคืน
ตัดปัญหา “โหมดการใช้งาน” ก่อน (Rule out operator-mode causes)
การระบายลมต่อเนื่องอาจเกิดจากการตั้งค่า/โหมด ไม่ใช่อุปกรณ์เสีย เช่น
หน่วงฟื้นฟู / ขยายเวลาฟื้นฟู (Regeneration Delay / Extended Regeneration)
โหมดระบายลมมือ / Purge มือ (Manual Exhaust / Manual Purge)
โหมดทดสอบบำรุงรักษา (Maintenance Test Mode)
ให้กลับไปโหมด AUTO แล้วสังเกตอย่างน้อย 1–2 รอบการสลับหอ หากยังไม่หยุด ไปขั้นตอนที่ 2
ขั้นตอนที่ 2 — ตรวจสัญญาณไฟฟ้าและระบบควบคุม (แก้ “คำสั่งผิด” ก่อน) (Check Electrical & Control Signals)
ระบบควบคุมคือ “สมอง” ที่สั่งสลับหอและสั่งระบาย หากสัญญาณผิด วาล์วระบายอาจถูกสั่งให้ทำงานตลอดเวลา
2.1 ตรวจ Alarm, สถานะ PLC และเซนเซอร์ (Check alarms, PLC status, sensors)
ดู Alarm บน HMI/PLC เช่น
เซนเซอร์ความดันผิดปกติ (Pressure Sensor Fault)
โซลินอยด์ผิดปกติ (Solenoid Fault)
สัญญาณความดันหาย/ไม่ถูกต้อง (Pressure Signal Lost / Invalid Reading)
หากสัญญาณความดันขาดหายหรือไม่นิ่ง:
ตรวจสาย/ขั้วต่อของเซนเซอร์ว่าหลวมหรือไม่
ตรวจพอร์ตวัดว่ามีการอุดตันจากน้ำมัน/ฝุ่นหรือไม่
วัดสัญญาณเอาต์พุต (เช่น 4–20 mA) หากใช้งานแบบนี้
หากสายดีแต่สัญญาณผิด ให้เปลี่ยนเซนเซอร์
2.2 ยืนยันการสลับหอทำงานจริง (Verify tower switching function)
ถ้าระบบอนุญาต ให้สั่งสลับหอแบบ Manual แล้วสังเกต:
เครื่องสลับหอได้ถูกต้องหรือไม่
หลังสลับหอ การระบายลมเปลี่ยนหรือหยุดหรือไม่
หากสลับไม่ได้หรือ Logic แปลกโดยไม่พบการติดขัดเชิงกล:
อาจเป็นพารามิเตอร์ผิด/โปรแกรม PLC ผิดพลาด
ควรคืนค่าพารามิเตอร์ที่ถูกต้อง หรือให้ทีมบริการ/ผู้ผลิตช่วยโหลดโปรแกรมมาตรฐาน
2.3 ตรวจโซลินอยด์วาล์ว (Solenoid Valves) ซึ่งเป็นสาเหตุพบบ่อย
โซลินอยด์มักสั่งลม Pilot หรือสั่งวาล์วระบายโดยตรง
ตรวจเร็ว:
สัมผัสความร้อนของคอยล์: ร้อนตลอดมักหมายถึงถูกจ่ายไฟต่อเนื่อง
ตรวจแรงดันไฟและชนิดไฟ (เช่น 24VDC หรือ 220VAC ตามรุ่น)
หากโซลินอยด์ “ถูกจ่ายไฟต่อเนื่อง” (Energized continuously):
หาเหตุผลที่ PLC เอาต์พุตค้าง ON (Logic, Sensor, Interlock, Manual Mode)
หาก PLC แสดง OFF แต่ยังมีไฟเลี้ยง ให้ตรวจรีเลย์/เอาต์พุตโมดูลค้าง
หากโซลินอยด์ “ติดขัดเชิงกล” (Mechanically stuck):
ถอดทำความสะอาดแกน/สปูล เป่าฝุ่นด้วยลมสะอาด
เปลี่ยนซีลหากยังรั่ว
เปลี่ยนทั้งตัวหากคอยล์ไหม้หรือค้างบ่อย
ขั้นตอนที่ 3 — ตรวจวาล์วสลับหอและซีล (แก้ติดขัด/รั่วภายใน) (Inspect Switching Valves and Seals)
วาล์วสลับหอ (Switching Valves เช่น Ball/Butterfly Valve) ควบคุมทิศทางลม หากวาล์วค้างหรือรั่วภายใน ลมอาจไหลไปทางระบายตลอดเวลา
3.1 ตรวจการทำงานของวาล์วและการรั่วภายใน
ตอนสั่งสลับหอ ให้ฟัง/สังเกตการขยับ (“คลิก”/การเคลื่อนที่)
ใช้ฟองสบู่ตรวจรอยต่อก้าน/ตัววาล์วเพื่อหารั่วภายนอก
หากพบฟองหรือสงสัยรั่วภายใน:
ตรวจหน้าวาล์ว/ซีทสึก
มีเศษผงบนผิวซีล
ระยะชักของแอคชูเอเตอร์/Limit Setting ไม่ถูกต้อง
ทำความสะอาดและหล่อลื่นตามเหมาะสม เปลี่ยนซีลหรือเปลี่ยนทั้งวาล์วหากซีลกลับมาไม่แน่น
3.2 ตรวจวาล์วระบายฟื้นฟูและวาล์วระบายน้ำ (Exhaust/Drain Valve Sealing)
หากวาล์วระบายด้านล่างหรือวาล์วระบายน้ำปิดไม่สนิท จะเห็นการระบายลมต่อเนื่องระดับเบาถึงปานกลาง
ทดสอบแยก (Isolation Test)
ปิดวาล์วแยกทางระบาย (ถ้ามี) แล้วดูว่าความดันนิ่งหรือไม่
หากยังตก ให้ถอดวาล์วตรวจ: แผ่นวาล์วบิด, O-ring เสื่อม, คราบสกปรกขัดขวางการปิด
3.3 ตรวจซีลฝาท้ายหอ (End-Cover Seals)
ปะเก็นฝาท้ายหอเสียหายอาจทำให้ลมรั่วผิดทางจนดูเหมือนระบายลมต่อเนื่อง
เปลี่ยนปะเก็น ทำความสะอาดผิวประกบ และขันน็อตให้สม่ำเสมอ
ขั้นตอนที่ 4 — ตรวจความดันและท่อ (แก้ “เงื่อนไขความดันผิดปกติ”) (Verify Pressure and Piping)
ความดันไม่สมดุลอาจทำให้เครื่อง “ระบายเพื่อป้องกัน” ตามตรรกะ หรือเกิดการรั่วแบบควบคุมไม่ได้
4.1 ยืนยันความดันขาเข้าอยู่ในช่วงทำงาน (Inlet Pressure in range)
หากความดันขาเข้าต่ำ บางรุ่นจะระบายป้องกันหรือสลับหอไม่จบ
เช่น เกณฑ์ตัวอย่างต่ำกว่า 0.4 MPa (~4 bar) อาจต่ำกว่าค่าขั้นต่ำของบางระบบ (ให้ยึดคู่มือเป็นหลัก)
ตรวจ:
ความเสถียรแรงดันจ่ายจากคอมเพรสเซอร์ (Compressor Discharge Pressure)
ข้อจำกัดในท่อขาเข้า (Restrictions)
ค่า DP ของไส้กรองก่อน (Prefilter Differential Pressure)
4.2 ตรวจสมดุลความดันของหอ และเช็ควาล์ว (Tower Pressure Balance & Check Valves)
หากต่างกันมาก (เช่น >0.1 MPa ≈ 1 bar) เช็ควาล์วค้างอาจทำให้ไหลย้อนและเกิดการระบายผิดทาง
ถอดทำความสะอาดแกนเช็ควาล์ว เปลี่ยนหากยังค้างหรือสึก
4.3 หาจุดรั่วในท่อและไลน์ฟื้นฟู (External leaks)
ใช้ฟองสบู่กับ: หน้าแปลนเข้า-ออก, ท่อฟื้นฟู, รอยเชื่อม/ข้อต่อท่อระบาย
แก้ด้วยการขันน็อต เปลี่ยนปะเก็น หรือเชื่อมใหม่ตามเหมาะสม
4.4 อย่ามองข้ามการรั่วปลายทาง/การใช้ลมผิดปกติ (Downstream demand/leaks)
ถังลม (Receiver Tank) ความดันต่ำจากการรั่วปลายทาง อาจทำให้ระบบดูเหมือน “ระบายตลอด” เพราะทั้งระบบกำลังพยายามสร้างแรงดันอยู่ตลอดเวลา ควรตรวจร่วมกับเครือข่ายการจ่ายลมทั้งหมด
ขั้นตอนที่ 5 — เงื่อนไขพิเศษตามชนิดเครื่อง (Special Operating Conditions)
สำหรับเครื่องแบบใช้ความร้อน (Heated Dryer): ตรวจโบลเวอร์และฮีตเตอร์
โบลเวอร์เสีย → อากาศฟื้นฟูไม่พอ → ฟื้นฟูไม่สำเร็จและพยายามระบายซ้ำ
ตรวจกระแสมอเตอร์ อัตราลม และฝุ่นที่ใบพัดฮีตเตอร์เสีย → อุณหภูมิไม่ถึง Setpoint
วัดค่าความต้านทาน เปลี่ยนหากวงจรขาด/เสีย
สำหรับเครื่องแบบไม่ใช้ความร้อน (Heatless Dryer): ตรวจ Orifice/วาล์วคุม Purge และการระบายป้องกัน
Orifice/วาล์วคุม Purge อุดตันอาจทำให้ความดันฟื้นฟูสูงและเกิดการระบายป้องกัน
ถอดทำความสะอาดและคืนค่าอัตรา Purge ที่ถูกต้อง
ตรวจระบบระบายน้ำคอนเดนเสท (Condensate Drain System)
Drain อุดตันทำให้น้ำสะสมมาก ส่งผลต่อความดันและเสถียรภาพการควบคุม
ทำความสะอาดตะแกรงกรองของ Drain และยืนยันการระบายได้คล่อง
ขั้นตอนที่ 6 — บำรุงรักษาเชิงป้องกันเพื่อไม่ให้ “ระบายต่อเนื่อง” กลับมาอีก (Preventive Maintenance)
ความขัดข้องแบบระบายต่อเนื่องมักเกิดซ้ำเพราะสิ่งปนเปื้อนและชิ้นส่วนสึกหรอที่ถูกละเลย ควรทำ 3 อย่างนี้เป็นนิสัย:
ทำความสะอาด/ตรวจส่วนไฟฟ้ารายเดือน
ลดฝุ่น/คราบน้ำมันที่รบกวนโซลินอยด์และสัญญาณเซนเซอร์ตรวจซีลทุก 6–12 เดือน (หรือตาม Duty Cycle)
ตรวจวาล์วสลับหอและวาล์วระบาย เปลี่ยน O-ring ก่อนรั่วหนักคุมคุณภาพลมขาเข้า (Inlet Air Quality)
ควบคุมการพาน้ำ/น้ำมัน และเปลี่ยนไส้กรองตามแนวโน้ม DP ไม่ใช่ดูแค่ปฏิทิน
พร้อมทั้งทำบันทึกง่าย ๆ (Operating Log) เช่น:
ความถี่และระยะเวลาการระบายลม
ความเสถียรความดันขาเข้า
ความสมดุลความดันของหอ
แนวโน้มเวลาระบายเพิ่มขึ้น (สัญญาณเตือนล่วงหน้า)
ข้อสรุปสำคัญ (Core Takeaway)
เมื่อเครื่องทำลมแห้งแบบดูดซับ (Desiccant / Adsorption Air Dryer) ระบายลมต่อเนื่อง วิธีที่เร็วและคุ้มที่สุดคือ:
หา “ต้นตอคำสั่ง” ก่อน (Controls/Sensors/PLC Output) แล้วค่อยตรวจ Actuator/Valve
ตรวจการรั่วภายนอกและเงื่อนไขความดันก่อน เปิดชิ้นส่วนภายใน
หากตรวจภายนอกทั้งหมดแล้วผ่าน แต่ยังระบายต่อเนื่อง อาจมีความเสียหายภายใน (เช่น ชิ้นส่วนภายในหอหรือแผงกั้นเสียรูป) กรณีนี้ควรให้ผู้ผลิตหรือทีมบริการที่มีคุณสมบัติช่วยตรวจ และหลีกเลี่ยงการรื้อชิ้นส่วนหลักโดยไม่มีคำแนะนำ







